Author

wtbiz5

Browsing

น้ำมันปลาผู้สูงอายุ กินอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์

เมื่ออายุมากขึ้น การถดถอยของร่างกายก็ตามมา ตามวัย ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะถามหาตามมา ไม่ว่าจะเป็น อาการเจ็บป่วยทั่วไป ปวดเมื่อตามร่างกาย หรือ โรคเรื้อรังที่เริ่มจะมีสัญญาณบอกแล้วว่าร่างกายเริ่มที่จะแย่ลงเรื่อย ๆ แต่ในปัจจุบันยังมีวิธีที่ช่วยชะลอความแก่อย่างสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย โดยที่เห็นชัดง่าย ๆ ก็คือ คอลลาเจน หรือ ดีท็อกซ์ล้างสารพิษ รวมไปถึงอาหารเสริมต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการดูแลร่างกายไปอีกหนึ่งทาง แต่ทว่าวันนี้พวกเราจะขอพูดถึงอีกหนึ่งอาหารเสริมอย่าง “น้ำมันปลา” ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายบรรเทาอาการอักเสบ รวมทั้ง ช่วยให้ร่างกายดีขึ้น โดยสามารถตอบโจทย์ได้ทุกเพศ ทุกวัย เพราะประโยชน์ของน้ำมันปลานั้นมีมากกว่าที่คิด วันนี้พวกเราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ น้ำมันปลาผู้สูงอายุ ให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งประโยชน์ที่แท้จริง อีกทั้งคำตอบสำหรับผู้สูงอายุว่าจะกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านกันได้ในบทความนี้  


น้ำมันปลาคืออะไร

น้ำมันปลาผู้สูงอายุ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องราวของน้ำมันปลา ก็คงพูดถึงจุดเด่นได้ว่า มีสรรพคุณมากมาย ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ รวมทั้งช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งนี่เป็นจุดเด่น แต่ที่จริงแล้วยังมีประโยชน์อีกมากมายโดยที่คุณเองอาจจะคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ ก่อนอื่นเลยต้องขอพาทุกท่านไปรู้จัก น้ำมันปลา กันก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเจ้าสารสกัดชนิดนี้นั้น จะเป็นน้ำมันที่ได้จากกระบวนการสกัดเอาน้ำมันออกมาจากส่วนต่าง ๆ ของปลา ตัวอย่างเช่น เนื้อปลา หัวปลา หางปลา รวมทั้ง หนังของปลา ซึ่งปลาทะเลที่นำมาสกัดนั้นจะเป็นปลาที่อยู่ในทะเลน้ำลึกเขตหนาวเย็น โดยจะมีกรดไขมัน Omega-3  มากกว่าปลาน้ำจืด ตัวอย่างเช่น ปลาแองโชวี่ กับ ปลาแมคเคอเรล รวมไปถึงปลาทูน่า ที่อยู่ในกลุ่มที่มี โอเมก้า 3 สูงถึง 1-4 กรัม ต่อเนื้อปลา 100 กรัม 

สำหรับ “โอเมก้า 3” นั้นจะประกอบไปด้วยกรดไขมันสำคัญ นั่นก็คือ EPA กับ   DHA โดยจากการวิจัยทางการแพทย์นั้นจะพบว่า น้ำมันปลาจะมีประโยชน์หลายด้านต่อร่างกาย 


Omega-3 ดีต่อร่างกายอย่างไร 

โอเมก้า 3 นั้น จะมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง รวมไปถึงการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนรู้ เรตินาการมองเห็น รวมทั้งตับ กับ การทำงานในส่วนอื่นของร่างกาย โดยเฉพาะโภชนาการกับสุขภาพของคน ตัวอย่างเช่น ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอล กับ ไตรเอธิลกลีเซอรอล ในพลาสมา ควบคุมระดับไลโปโปรตีน โดยจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ กับ หน้าที่ของเกล็ดเลือด จึงเป็นแนวโน้มที่ก่อให้เกิดผลดีในการลดอันตรายของโรคทางเดินหายใจ รวมทั้งโรคไขมันในเส้นเลือด โรคหัวใจ รวมไปถึงโรคซึมเศร้าด้วย โดยกรดไขมันชนิดนี้มีประโยชน์มากซ่อนอยู่ในน้ำมันปลานั่นเอง 


ประโยชน์และสรรพคุณของน้ำมันปลา

น้ำมันปลาผู้สูงอายุ

น้ำมันปลา จะมีกรดไขมันอย่าง โอเมก้า 3 ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์ที่หลากหลาย ดังนั้นแล้วจะสรุปประโยชน์ของน้ำมันปลาที่มีต่อการบำรุงร่างกายได้ดังต่อไปนี้ 

  • บำรุงสายตา 
  • บำรุงผิวหนัง
  • บำรุงกระดูก 
  • ลดการสะสมไขมันในตับ
  • บรรเทาอาการของโรคซึมเศร้า
  • บรรเทาอาการของโรคสมาธิสั้นในเด็ก
  • ช่วยเสริมสร้างสุขภาพครรภ์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ 
  • น้ำมันปลาให้วิตามิน เอ และ วิตามินดี ซึ่งมาจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ กับ ผักต่าง ๆ ที่ขาดแคลนไปจากการไม่ได้ทานผัก หรือ เนื้อสัตว์ 

ด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย ทำให้น้ำมันปลา มีสรรคุณในการรักษา พร้อมกับ บรรเทาโรคภัยไข้เจ็บได้มากมายดังต่อไปนี้ 


สรรพคุณของน้ำมันปลา 

สรรพคุณของน้ำมันปลานั้น มีหลากหลายด้านด้วยกัน โดยจะช่วยบรรเท่าโรคร้ายแรง ไปจนถึงโรคเรื้อรัง ซึ่งมีรายการสรรพคุณที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  • บรรเทาอาหารไขข้ออักเสบ หรือ รูมาตอยด์ จะช่วยลดอาการปวดข้อเข่า ข้ออักเสบ ข้อเสื่อม หรือ ในผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาการปวดข้อ น้ำมันปลาก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ 
  • ประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือด  จะช่วยป้องกันอาการโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว 
  • ประโยชน์ต่อระบบความดันโลหิต จะช่วยลดในเรื่องของความดันโลหิตสูง
  • ประโยชน์ต่อระบบหัวใจ จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
  • ช่วยลดระดับ คลอเลสเตอรอลในเลือด 
  • ประโยชน์ต่อระบบประสาท และ สมอง จะช่วยเพิ่มความจำไม่ให้ขี้ลืม ซึ่งในส่วนนี้เห็นผลว่าช่วยบำรุงสมองได้ดีขึ้น 

ประโยชน์ของน้ำมันปลา นั้นสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ รวมไปถึงวัยผู้สูงอายุ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำมันปลา เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการรับประทานด้วย 


ผู้สูงอายุกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

น้ำมันปลาผู้สูงอายุ

สำหรับผู้สูงอายุ หรือ ผู้สูงวัยนั้น จะถูกพบว่า มีปัญหากับ ความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร เนื่องจากว่ามีหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะดังกล่าว ตัวอย่างเช่น การเบื่ออาหาร หรือ เกิดปัญหาเกี่ยวกับการไม่อยากเคี้ยวอาหารเพราะฟันไม่แข็งแรง หรือ ลิ้นที่รับรสชาติไม่ได้ดีเหมือนเคย จึงรู้สึกว่าทานอะไรก็ไม่มีความอร่อย รวมไปถึงฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ความอยากทานอาหารลดลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ถ้าหากว่าละเลยการดูแลในส่วนนี้ ก็ส่งผลให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ อีกทั้งเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ และ โรคประจำตัวอาจจะกำเริบขึ้นมาได้ทุกเวลาด้วย  


น้ำมันปลาผู้สูงอายุ กินแล้วมีประโยชน์

สำหรับ “น้ำมันปลา” ถือได้ว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญจากธรรมชาติ เป็นแหล่งอาหารที่เต็มไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง การรับรู้ รวมทั้งความจำด้วย อีกทั้งยังสามารถรับประทานได้ทุกวัย ดังนั้นในวัยผู้สูงอายุ จะมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัส รวมทั้งอาการอักเสบจากการติดเชื้อ ซึ่งผลการวิจัยนั้นพบว่า น้ำมันปลา จะช่วยลดอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี แน่นอนเลยว่านี่จึงเป็นสารอาหารที่ผู้สูงวัยควรจะได้รับ เพราะทานง่าย อีกทั้งมีสารอาหารที่ครบถ้วน

ด้วยคุณประโยชน์ต่าง ๆของน้ำมันปลา ทำให้วงการแพทย์นั้นรับรองให้เลยว่า น้ำมันปลาเป็นสารต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการปวด บวม ตึงแน่นของข้อได้ดี อีกทั้งในยุคทีเต็มไปด้วยโรคระบาด กับ เชื้อไวรัสที่อยู่รอบตัวแบบนี้ ภูมิคุ้มกันจะต้องแข็งแรง อีกทั้งการวิจัยที่ระบุเอาไว้ว่า สารอาหารที่สำคัญในน้ำมันปลานั้น จะช่วยลดความเสี่ยงโรคปอดอักเสบติดเชื้อได้ด้วย เนื่องจากมีส่วนช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ให้กำจัดเนื้อเยื่อปอดที่อักเสบติดเชื้อ ทำให้การทำงานของปอดนั้นดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุแข็งแรงมากขึ้นด้วย 


ผู้สูงวัย กับ น้ำมันปลาที่ควรทาน

สำหรับการทานต่อวันนั้น ถ้าปกติจะแนะนำให้ทาน 500 มก. ต่อ วัน ส่วนผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและสมอง จะต้องทางปริมาณกรดไขมันที่แนะนำ 1,000-2,000 มก. ต่อ วัน ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่อง ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงนั้นจะขอแนะนำที่  2,000 – 4,000 มก./วัน


ข้อควรระวัง

สำหรับการทานน้ำมันปลานั้น จะมีข้อที่ควรระวัง เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลช้าลง ดังนั้นถ้าหากว่าถอนฝันมา หรือ ผ่าตัดจะมีเลือดออกมาก ก็ควรที่จะแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนล่วงหน้าว่า เราได้รับประทานน้ำมันปลา โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะสั่งให้หยุดทานก่อนรับการทำฟัน หรือ ผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ เช่นเดียวกันกับผู้ที่รับยาประจำตัวก็จะต้องแจ้งด้วยว่าทานน้ำมันปลา เพราะมียาบางตัวอาจจะได้รับผลกระทบกับร่างกาย 

อีกทั้งผู้ที่แพ้ปลาทะเล หรือ สารที่ใช้ในการผลิต โดยจะต้องสังเกตจากน้ำมันปลาแต่ละแบรนด์ ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่อย่าง แอสไพริน ก็ควรห้ามทาน สำหรับน้ำมันปลาก็มีเรื่องที่ต้องใส่ใจเช่นเดียวกัน ดังนั้นแล้วจะต้องศึกษาข้อมูลให้ครบถี่ถ้วนก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดผลข้างเคียงที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ถ้าหากว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคประจำตัว ว่าจะสามารถทานน้ำมันปลาได้หรือไม่ ควรที่จะปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร ก่อนที่จะรับประทานด้วย 


น้ำมันปลาผู้สูงอายุ  เป็นสารสกัดมากประโยชน์ ที่ช่วยตั้งแต่ระบบสมอง สายตา รวมทั้งความจำ ถือได้ว่าเป็นอาหารเสริมประเภทหนึ่งที่มีกรดไขมันดีอย่าง โอเมก้า 3 ซึ่งเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย รวมไปถึงผู้สูงอายุที่อาจจะเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ในปัจจัยต่าง ๆ ก็สามารถทานน้ำมันปลา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะนั้นได้ อีกทั้งความโดดเด่นของสารสกัดชนิดนี้ยังช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะมากสำหรับผู้สูงวัยที่มีอาการอักเสบจากอาการปวดข้อ หรือ โรครูมาตอยด์ สำหรับ น้ำมันตับปลานั้นจะมีราคาที่ไม่แพงมากนัก จะขึ้นอยู่กับว่าซื้อยี่ห้อไหน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังอย่าง Blackmores, Nutrilite , Vistra เป็นต้น  มีราคาเริ่มนต้นตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง หลักพันบาท ดังนั้ส สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ อย่าลืมดูแลคนอยู่ที่คุณรักกันด้วย


อ้างอิงจาก:

วงการแพทย์-วงการยา ข้อมูลสุขภาพ วิธีการดูแลตัวเอง โรคร้าย (wongkarnpat.com)

6 สรรพคุณและประโยชน์ของน้ำมันปลาสำรับคนรักสุขภาพ | วัตสัน ประเทศไทย (watsons.co.th)

สว.(สูงวัย)กับการใช้ยา | Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ

Fish Oil ต้านไวรัส ต้านอักเสบ ในผู้สูงวัย – megawecare

คลายข้อสงสัย กินน้ำมันปลาอย่างไร ห่างไกลป่วยติดเชื้อง่าย : PPTVHD36

ประโยชน์ของรังนก รักษาโรคและบำรุงสุขภาพผู้สูงอายุได้จริงหรือไม่?

รังนกเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารเสริมจากธรรมชาติยอดนิยมที่มีประวัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนนิยมนำรังนกมาทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย สาเหตุก็เพราะว่ามีสรรพคุณทางการแพทย์ที่ช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายด้าน วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับรังนกมากขึ้น โดยเฉพาะ ประโยชน์ของรังนก ที่จะมาไขข้อข้องใจว่าว่าสามารถช่วยบำรุงสุขภาพและรักษาโรคในกลุ่มผู้สูงอายุได้จริงหรือไม่ จะเป็นอย่างไรบ้าง เราลองไปดูกันเลย


ทำความรู้จัก รังนกคืออะไร ?

ประโยชน์ของรังนก

รังนก (Edible bird’s nests) เป็นผลผลิตจากธรรมชาติที่ได้จากสร้างรังของนกนางแอ่นที่พบได้ในถ้ำตามเกาะต่างๆ บริเวณริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ส่วนที่ถูกนำมาทำเป็นอาหารเสริมก็คือน้ำลายของนกนางแอ่น ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aerodramus fuciphagus มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ คล้ายวุ้นสานกันเป็นรังรูปครึ่งถ้วยยึดติดกับผนังถ้ำ 


ประโยชน์ของรังนก มีอะไรบ้าง ?

ประโยชน์ของรังนก

รังนกที่ดีจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอาทิ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไกลโคโปรตีน กรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด และ แร่ธาตุหลากหลาย โดยการรับประทานรังนกอย่างต่อเนื่องช่วยเสริมประโยชน์หลาย ๆ ด้านได้แก่

  • มีโปรตีนสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
  • มี​​กรดไซอะลิค ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินของเซลล์ผิวหนัง ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ
  • ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ยับยั้งและป้องกันไวรัส กระตุ้นการแบ่งเซลล์ของเม็ดเลือดขาว และกระตุ้นการหลั่งสารภูมิต้านทานต่างๆ
  • เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นดี นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับกระดูกและฟันที่แข็งแรง
  • เป็นแหล่งที่ดีของสารอาหารที่สำคัญอื่นๆ รวมทั้งโคลีนและสังกะสี
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงซึ่งช่วยปกป้องร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย
  • เป็นแหล่งใยอาหารที่ดี ช่วยควบคุมกรดในกระเพาะอาหารและทำให้ลำไส้แข็งแรง
  • บำรุง และช่วยเพิ่มการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงลดการอักเสบของระบบประสาทประสาท

ประโยชน์ของรังนก รักษาโรคได้จริงหรือไม่?

รังนกอาจเคยถูกใช้เป็นยารักษาโรคหลายชนิด แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนคำกล่าวอ้างที่ว่ารังนกสามารถรักษาโรคได้ ประโยชน์ที่อ้างว่าใช้รังนกเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ นั้นมีพื้นฐานมาจากคติชนวิทยาและประเพณี ไม่ใช่จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนการอ้างว่ารังนกสามารถรักษาโรคใดๆ ได้

ดังนั้นโดยสรุปแล้วหากถามว่ารังนกสามารถรักษาโรคได้จริงหรือไม่ คำตอบก็คือไม่สามารถช่วยรักษาโรคได้ แต่อย่างนั้นหากดูที่คุณประโยชน์ให้ดีก็จะเห็นได้ว่ารังนกมีสรรพคุณมากมายที่ช่วยในการบำรุงและเสริมภูมิคุ้มกันได้ ดังนั้นการบริโภครังนกก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอาหารเสริมที่ดีในการช่วยป้องการเกิดโรคภัยรวมไปถึงบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ


วิธีเลือกกินรังนกอย่างไรให้ปลอดภัย ?

ประโยชน์ของรังนก

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วพอเห็นประโยชน์ของรังนกที่มีมากมายขนาดนี้ หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มรู้สึกอยากหาลองซื้อมารับประทานกันดูบ้างใช่มั้ยคะ เราเลยมีเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อรังนกที่มีคุณภาพมาฝากกัน ไว้ให้ทุกท่านได้ลองไปปรับใช้ในการตัดสินใจโดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคือรังนกแท้

อย่างที่เรากล่าวกันไปแล้วว่ารังนกนั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและเป็นที่ต้องการในท้องตลากจำนวนมาก สวนทางกับปริมาณการผลิตรังนกที่ได้จากธรรมชาติ ส่งผลให้รังนกมีราคาแพง จนเกิดพวกพ่อค้าหัวใสผลิตรังนกปลอมเลียนแบบรังนกแท้มาจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งวิธีการตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่ไม่สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า แต่จะต้องตรวจสอบในห้องปฏิบัติการด้วยวิธีการที่เหมาะสมเท่านั้น ดังนั้นคุณจึงควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่น่าเชือถือ และมีใบรับรองรองรับเพื่อป้องกันการถูกหลอก

2.เลือกรังนกที่เก็บครั้งแรกของปี

รังที่มีคุณภาพคือรังที่เก็บครั้งแรกของปี รังแรกของนกแอ่นกินรังจะมีสีขาว แต่รังต่อไปมีสีค่อนไปทางเหลือง รังที่สามจะมีสีออกแดงเรื่อๆ ส่วนรังถัด ๆ ไปหลังจากนีจะมีสีเข้มขึ้นจนกระทั่งเป็นสีแดง สาเหตุที่เริ่มมีสีก็เพราะมีสีสนิมของแร่เหล็กตามผนังถ้ำเจือปน รวมไปถึงมีคุณค่าทางอาหารที่ลดลงด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อรังนกที่เก็บครั้งแรกของปี หรือไม่เกินรังที่สามนั่นเอง

3.เลือกลักษณรังที่มีสีขาวแลขนาดใหญ่

สาเหตุก็เพราะรังนกมีสีขาวและขนาดใหญ่ มีสิ่งเจือปนน้อย อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด โดยขนาดของรังนกที่ดีมีคุณภาพคือควรมีน้ำหนักประมาณ 6-8 กรัม มีความลึก 2 นิ้วโดยประมาณ

4.รังนกจัดเก็บอยู่ในสภาพที่ดี

รังนกควรอยู่ในสภาพที่ดีและผ่านกระบวนการจัดเก็บที่ได้มาตรฐานตั้งแต่การ คัดแยกรัง ทำความสะอาด ทำให้แห้ง โดยลักษณะของรังนกสภาพที่ดีคือ ไม่มีสีหรือกลิ่นผิดปกติ ดูสะอาด ปราศจากสิ่งแปลกปลอม ถูกจัดเก็บให้มีปริมาณความชื้น ไม่เกิน 15% ของน้ำหนัก ไม่มีวัตถุอื่น ๆ และสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเจือปน 


กล่าวได้ว่า แม้รังนกจะไม่ได้ช่วยรักษาโรคได้ แต่ก็มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและประโยชน์ที่มากมาย นอกจากนี้เพื่อผลลัพท์ที่ดีที่สุดนอกจากการเลือกรับประทานรังนกที่มีคุณภาพแล้ว การรับประทานอาหารที่หลากหลาย และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นหากคุณต้องการต้องการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคร้ายก็อย่าลืมกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังอย่างเหมาะสมด้วย


อ้างอิงจาก

http://otop.dss.go.th/index.php/en/knowledge/informationrepack/343-edible-bird-s-nest?showall=1&limitstart=

https://www.healthline.com/nutrition/bird-nest-benefits-and-downsides

https://naturalbrand.sg/top-5-major-health-benefits-of-edible-birds-nests/

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ เคล็ดลับดื่มอย่างไรให้ดีสำหรัยผู้สูงวัย 

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม ‘น้ำ’ ก็ยังถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะยิ่งอายุมากยิ่งต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้มากขึ้น นอกจากการรับประทานอาหารที่ประโยชน์แล้วการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุก็สำคัญไม่แพ้กัน มาดูกันว่าผู้สูงอายุในปัจจุบันควรดื่มน้ำในปริมาณเท่าไหร่หรือควรดื่มน้ำเพื่อสุขภาพอะไรบ้าง


การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำวันละกี่แก้ว

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ในน้ำหนักตัวของคนเราประกอบไปด้วยน้ำกว่า 70% นั่นแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เราสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่หากอยู่โดยขาดน้ำเพียงแค่ 5-10 วันก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพราะในแต่ละวันร่างกายจะสูญเสียน้ำจากเหงื่อ ปัสสาวะ การหายใจ ฯลฯ จึงต้องมีการทดแทนน้ำในส่วนที่หายไป ซึ่งปริมาณน้ำที่เหมาะสำหรับคนแต่ช่วงวัย คือ

  • 4-8 ปี ควรดื่มน้ำปริมาณ 1,200 มล. (5 แก้ว/วัน)
  • 9-13 ปี ควรดื่มน้ำประมาณ 1,600-1,900 มล. (7-8 แก้ว/วัน)
  • 14-18 ควรดื่มน้ำปริมาณประมาณ 1,900-2,600 มล. (8-11 แก้ว/วัน)
  • ผู้หญิงที่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรดื่มน้ำปริมาณประมาณ 2,100 มล. (9 แก้ว/วัน)
  • ผู้ชายที่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรดื่มน้ำปริมาณประมาณ  3,000 มล. (13 แก้ว/วัน)

นอกจากนี้หากอยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือมีปัญหาทางสุขภาพต่าง ๆ ควรเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำให้มากกว่าเดิม เมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอก็จะสามารถรักษาสมดุลน้ำในร่างกายได้ ทำให้สุขภาพต่าง ๆ ในร่างกายมีความสมบูรณ์ ระบบย่อยอาหาร ขับถ่าย และระบบต่าง ๆ ในร่างกายจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย


การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ดื่มน้ำตอนไหนดีที่สุด

การดื่มน้ำเพื่อให้ได้ปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจะช่วยให้ร่างกายลดการเกิดภาวะขาดน้ำได้ ซึ่งนอกจากปริมาณแล้วช่วงเวลาในการดื่มก็สำคัญเช่นกัน หากดื่มน้ำตามช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะช่วยให้เพิ่มระบบการทำงานในร่างกายให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดื่มน้ำ คือ 

  1. หลังตื่นนอน ควรดื่มน้ำ 1 แก้ว เพราะจะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายและยังเป็นการกระตุ้นระบบการทำงานในร่างกายตอนช่วงเข้าอีกด้วย
  2. การดื่มน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จในตอนเช้า 1 แก้ว ก็จะช่วยเรื่องความดันโลหิตได้เช่นกัน
  3. ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 30 นาที 1 แก้ว จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  4. ดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารเสร็จ 1 ชั่วโมง 1 แก้ว ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้อย่าวมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
  5. ดื่มน้ำก่อนนอน 1 แก้ว เพื่อช่วยทดแทนการสูญเสียของเหลวในขณะที่นอน

ภาวะขาดน้ำที่อาจเกิดในผู้สูงอายุ

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ เนื่องจากมีการตอบสนองต่อความกระหายน้ำน้อยลงแต่ร่างกายก็ยังคงสูญเสียน้ำอยู่เหมือนเดิมหากไม่มีน้ำมาทดแทนในส่วนที่สูญเสียไปอาจส่งผลให้เกิด ‘ภาวะขาดน้ำ’ ทำให้ผู้สูงอายุอาจมีอาการหัวใจเต้นเร็วหรือชีพจรเร็วกว่า 120 ครั้ง/นาที แต่หากขาดน้ำในช่วงแรกปริมาณปัสสาวะอาจมีปกติดีเพราะไตไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ในภาวะขาดน้ำทำให้ปริมาณปัสสาวะในระยะแรกของภาวะขาดน้ำไม่ลดลง แม้หากขาดน้ำไปนาน ๆ จนสู่ระยะสุดท้ายอาจทำให้หัวใจล้มเหลวและไตวายได้

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมักจะเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง  ซึ่งโรคเหล่านี้อาจต้องได้รับยาขับปัสสาวะส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้สูงวัยไม่ค่อยอยากดื่มน้ำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในช่องปาก ปัญหาสายตา มือสั่นไม่สามารถจับน้ำดื่มได้ ดังนั้นแล้วจึงต้องจัดหาน้ำดื่มที่สามารถหยิบจับได้อย่างสะดวกไว้ใกล้ผู้สูงอายุและให้ดื่มทุกชั่วโมงเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ หากผู้สูงวัยเริ่มขาดน้ำอาจส่งผลต่อสุขภาพ ดังนี้

  • ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • ผิวเหี่ยวย่นง่ายและดูไม่สดใส
  • เกิดปัญหาสุขภาพเสื่อมโทรม ทำให้เป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่าย
  • ไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้ดี
  • ตาและผิวแห้ง
  • มีอาการท้องผูก ท้องอืด เนื่องจากระบบทางเดินอาหารทำงานได้ไม่ดี
  • แก่เร็วขึ้น เกิดอาการสมองเสื่อม
  • ปวดตามข้อ หลัง หรือเอวได้ง่าย

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพในช่วงสูงวัย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจจะต้องดูเรื่องส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน ซึ่งเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุมี ดังนี้


  1. น้ำเปล่าสะอาด

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

น้ำเปล่าธรรมดา ๆ นี่แหละที่เป็นส่วนสำคัญและเป็นการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย แม้มันจะไม่ได้มีสารที่ให้พลังงานใด ๆ แต่มันก็สามารถช่วยบำรุงด้านสุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างดี เช่น ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของสารอาหารในร่างกายทำงานได้อย่างลื่นไหล ช่วยให้ไตขับสารพิษออกจากร่างกายได้มากขึ้น


  1. น้ำผลไม้สด

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำผักหรือผลไม้ที่คั้นสดเอง เนื่องจากน้ำผลไม้กล่องส่วนใหญ่มักจะมีน้ำตาลสูง ซึ่งน้ำผลไม้จะมีใยอาหารที่ช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้อย่างดี แต่อาจจะต้องระวังเรื่องผลไม้โดยเลือกชนิดที่มีรสหวานน้อย เช่น ส้ม ฝรั่ง แตงโม และต้องคำนึงถึงโรคประจำตัวที่บางคนอาจมีด้วย เพราะโรคบางชนิดก็ไม่สามารถรับประทานผลไม้บางอย่างได้


  1. น้ำเต้าหู้/นมถั่วเหลือง

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ในปัจจุบันนี้หาซื้อได้ง่ายและมีเครื่องเคียงหลายอย่างที่มีประโยชน์ที่สามารถรับประทานร่วมกันได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ควรใส่น้ำตาลเพิ่มอีกเพราะไขมันอาจสะสมเพิ่มได้ และน้ำเต้าหู้ทั่วไปมักมีรสชาติหวานอยู่ในตัวของมันอยู่แล้วหากใครสามารถทำดื่มเองได้หรือซื้อดื่มแบบร้อน ๆ ก็จะดีกว่าการซื้อดื่มเป็นกล่องที่มีการใส่น้ำตาลค่อนข้างเยอะ


  1. นมพร่องมันเนย

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งต้องการโปรตีนเพื่อบำรุงและฟัน การเลือกดื่มนมพร่องมันเนยต้องเป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมันมีไขมันน้อยกว่านมชนิดอื่น ๆ และไม่มีการปรุงแต่งรสชาติ เพราะผู้สูงอายุควรระวังเรื่องน้ำตาลเป็นอย่างดี หากร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานหรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น


  1. น้ำสมุนไพร

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ผู้สูงวัยส่วนมากมักจะชอบดื่มน้ำสมุนไพรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น น้ำขิง น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม น้ำกระเจี๊ยบ น้ำอัญชัน ฯลฯ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มักจะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายหลายด้านอีกด้วย ทั้งช่วยเติมความสดชื่น บรรเทาอาการกระหายน้ำ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ที่สำคัญต้องอย่าลืมเลือกดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลด้วย


  1. เครื่องดื่มธัญพืช

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

สำหรับผู้สูงวัยที่มีปัญหาท้องผูก การดื่มเครื่องดื่มประเภทธัญพืชสามารถช่วยในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากธัญพืชมีใยอาหารที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย ช่วยกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ และอุ้มน้ำในอุจจาระทำให้อุจจาระไม่แข็งตัว


สำหรับผู้สูงวัยที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถดื่มได้ แต่ต้องย้ำว่าได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะหากดื่มมากเกินไปอาจทำลายตับทำให้เป็นโรคตับแข็งได้ หากดื่มเพียงแค่เล็กน้อยก่อนอาหารมันจะสามารถช่วยให้เจริญอาหารได้

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุควรใส่ใจมากเป็นพิเศษและต้องคำนึงถึงคุณประโยชน์ของเครื่องดื่มชนิดนั้น ๆ ไม่ควรดื่มตามใจชอบเพียงอย่างเดียวเพราะหากดื่มแต่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงก็จะส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้  หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วอาจต้องปรึกษาแพทย์เมื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพว่าสามารถดื่มเครื่องดื่มชนิดนั้นได้หรือไม่


อ้างอิง :

https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/news280763/ 

https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/872 

https://goodlifeupdate.com/healthy-body/202732.html 

https://www.pobpad.com/ดื่มน้ำ-ยิ่งเยอะ-ยิ่งดีจ 

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ยี่ห้อไหนดี?

ทำอย่างไรดีเมื่อพ่อแม่ของเราเริ่มไม่ค่อยมีความอยากรับประทานอาหาร หรือรับประทานอะไรก็ดูจะไม่ถูกใจเลย ปัญหานี้เหล่าลูก ๆ คงลำบากใจมิใช่น้อยเพราะร่างกายผู้สูงอายุนั้นอ่อนแอ เนื่องจากสมรรถภาพนั้นเริ่มเสื่อมถอย บวกกับสารอาหารต่าง ๆ นั้นมากจากการรับประทานอาหารทั้งสิ้น เราควรทำอย่างไรดีให้ผู้สูงอายุในบ้านได้กลับมารับประทานอาหารอย่างมีความสุขอีกครั้ง บทความนี้เลยอยากพาทุกคนมาดูสาเหตุเพราะอะไรผู้สูงอายุจึงเบื่อาหาร แล้วเราจะเลือก อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร อย่างไรดี ลองไปดูกันเลย


สาเหตุของอาการเบื่ออาหารในผู้สูงอายุ

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

สาเหตุที่ผู้สูงอายุเริ่มทานน้อยลงนั้นมีนานาสาเหตุ เราจะแบ่งออกเป็นสองปัจจัยใหญ่คือ ปัญหาภายนอกและปัญหาภายใน

ปัญหาภายนอก คือสภาพแวดล้อมโดยรอบ บรรยากาศเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเบื่อได้เช่นกัน การแก้ขปัญหานั้นง่ายมาก ลองพาคุณพ่อคุณแม่ออกรับประทานข้าวนอกบ้าน หรือเปลี่ยนสถานที่ ปรับรูปแบบการเสริฟอาหารบ้าง ปรับเครื่องเคียง เป็นต้น

ปัญหาภายใน แบ่งย่อยอีกสองส่วนคือ สภาวะจิตใจและสภาวะร่างกาย

  1. สภาวะจิตใจ ผู้สูงอายุอาจมีสภาวะซึมเศร้า เครียด หรือกังวล ส่งผลให้ไม่อยากรับประทานอาหาร ทานน้อยลง เบื่ออาหาร ต้องให้แพทย์รักษาขจัดความเศร้า

         2.สภาวะร่างกาย เมื่อร่างกายเสื่อมถอยลง อวัยวะภายในก็เริ่มรวน อย่างที่เห็นได้ชัดคือ

  • กระเพาะอาหารเริ่มเคลื่อนที่ช้า การทำงานลดลง ส่งผลให้
  • กระเพาะหลั่งกรดย่อยอาหารน้อยลง ทำให้ผู้สูงอายุท้องอืด อาหารไม่ย่อย
  • ต่อมรับรสไม่ดีเช่นเดิม รวมถึงการรับกลิ่นเริ่มผิดเพี้ยน ทำให้รับประทานอาหารไม่อร่อยเหมือนเคย
  • สุขภาพในช่องปากและฟัน ผู้สูงอายุมักมีปัญหาในช่องพัน เช่น ฟันเหลือน้อย ฟันผุ ปากเป็นแผลข้างใน เป็นอุปสรรคต่อการบริโภคอาหารที่ต้องใช้ฟันเคี้ยว
  • เป็นอัลไซเมอร์หรือมีปัญหาเรื่องความจำ ทำให้เกิดอาการหลงลืมว่าตนเองนั้นต้องรับประทานอาหารเมื่อใด ตารางเวลาชีวิตเปลี่ยนไปเพราะความทรงจำหล่นหาย ต้องลูกหลายคอยย้ำเตือน
  • ยาที่รักษาโรค อาจเกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น อาการคลื่นไส้ ฉะนั้นหากเกิดอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหารขึ้นมาควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อปรับเปลี่ยนยา
  • การใช้สมุนไพรบางชนิด ผู้สูงอายุหลายคนก็เลือกที่จะบำรุงตนเองด้วยการรับประทานสมุนไพรหรือบางครั้งอาจจะเป็นตัวลูกหลานเอง ด้วยความเชื่อว่าสมุนไพร สิ่งอันใดที่มาจากธรรมชาตินั้นดีที่สุด การบริโภคมากไปหรือไม่ทราบผลกระทบ ทำให้ร่างกายภายในนั้นปั่นป่วนได้อย่างไม่น่าสงสัย ดังนั้นควรศึกษาสมุนไพรแต่ละประเภทอย่างละเอียดถี่ถ้วนและปรึกษาแพทย์ที่น่าเชื่อถือก่อรรับประทาน
  • ปัญหาสุขภาพร่างกาย มีโรคประจำคัว เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ ตาฝ้าฟาง ทำให้การทำอาหารเองนั้นยากลำบาก

และปัญหาอื่น ๆ เช่น ผู้สูงอายุอยู่ตัวคนเดียว บ้านอยู่ไกลจากตลาดหรือห้างสรรพสินค้าและไม่มีรถ ทำให้การเดินทางลำบากและยากที่จะเข้าถึงอาหารที่หลากหลาย จึงจำเป็นต้องรับประทานตามแหล่งที่สามารถหาเองได้ หรือปัญหาด้านการเงินเองก็ทำให้ผู้สูงอายุโดยเฉพาะแถบพื้นที่ห่างไกลต้องประสบปัญหานี้อยู่บ่อยครั้ง


ผลกระทบการเบื่ออาหารนั้นรุนแรงอย่างยิ่ง

การเบื่ออาหารนั้นรุนแรงเฉกเช่นเดียวกับกลุ่มผู้อายุที่ขาดสารอาหาร เพราะถ้าหากผู้สูงอายุไม่รับประทานอาหาร ก็จะไม่มีสารอาหารประโยชน์ใดใดขับเคลื่อนให้กับร่างกาย ส่งผลให้อ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืนหรือเดินได้ อีกทั้งในผู้สูงอายุบางคนมีบาดแผลจากการผ่าตัด หรือสะดุดล้มอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็จะส่งผลให้แผลฟื้นฟูช้า หายช้า เสี่ยงการติดเชื้อสูง

คุณหมอผู้เชียวชาญได้กล่าวว่า หากผู้สูงอายุเกิดสถาวะขาดสารอาหารอย่างต่อเนื่อง ร่างกายก็จะขาดโปรตีน ขาดโพแทสเซียมและเกิดสภาวะโซเดียมต่ำ ส่งผลโดยตรงกับการพยุงตัวตนเองอาจจะไม่มีเรี่ยวแนง และอัตราการเต้นของตัวใจอาจผิดจังหวะได้ 


วิตามินและเเร่ธาตุที่ควรได้รับในผู้สูงอายุ

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

เพราะการรับประทานอาหารบางชนิดก็อาจจะได้รับวิตามินที่มากไปหรือน้อยไปในผู้สูงอายุ ควรเฝ้าระวังไว้ดังนี้

 

วิตามินเอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรค ลดการสุ่มเสี่ยงติดเชื้อต่าง ๆ รอบบ้าน ให้ความกระจ่างใสในการมองเห็นในผู้สูงอายุ ลดการเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่กระนั้นก็ควรมีข้อระวังคือ ในผู้สูงอายุการดูดซึมวิตามินเอจะดูดซึมง่ายขึ้น แต่การขับออกจากร่างกายนั้นค่อนข้างยาก ทำให้มีวิตามินเอสะสมในตับและเลือด ส่งผลให้เกิดพิษจากวิตามินเอได้ และอาการที่จะเกิดขึ้นคือ ผู้สูงอายุอารมณ์แปรปรวน ผมร่วง และคลื่นไส้ 

วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเเละเป็นวิตามินจำเป็นที่ช่วยให้ร่างกายภายในทำงานได้ดี ผู้สูงอายุส่วนมากอาจจะขาดวิตามินซีเนื่องจากไม่ได้รับประทานผลไม้ที่หลากหลายมากพอ หรือในกระบวนการทำอาหารทำให้สูญเสียวิตามินธรรมชาติไป และไม่ต้องห่วงว่าผู้สูงอายุจะได้รับมากไปและเกิดอันตรายต่อร่างกาย วิตามินซีตามธรรมชาติจะขับออกมาทางปัสสาวะและละลายไวไม่ตกค้างต่อร่างกาย

วิตามินดี หน้าที่ของวิตามินดีคือป้องกันสภาวะกระดูกพรุน รักษระดับแคลเซียมในเลือด สามารถหาวิตมินดีได้ในธรรมชาติเช่นแสงแดดอ่อนในช่วงเช้าไม่เกิน 8 โมงเช้าและอาหารจากธรรมชาติ เช่น ตับของสัตว์ ไข่แดง นม ปลาทู ปลาทะเลน้ำลึกเช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน เป็นต้น

วิตามินเค เป็นวิตามินละลายไขมัน มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ป้องกันภาวะเลือดไหลผิดปกติ บำรุงเนื้อเยื่อกระดูกให้อยู่ในสภาะปกติ ในผู้สูงอายุบางคนอาจใช้ยาปฏิชีวนะทำให้สูญเสียวิตามินเคในลำไส้ได้ ปกติแล้วเราสามารถหาวิตามินเคตามธรรมชาติในผักใบเขียวเข้ม อะโวคาโด ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และเนื้อสัตว์ แต่บางท่านควรได้รับรับตามินเคเสริมจากแพทย์เท่านั้น

วิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง หากผู้สูงอายุมีการขาดวิตามินบี 12 จะทำให้เกิดการหลงลืมได้ง่าย ความจำเสื่อม รับรู้ช้า อ่อนเพลียได้ง่าย เกิดอาการชาปลายมือและเท้า จนไปถึงอาการเบื่ออาหาร เราสามารถพบวิตามินบี 12 ได้จากธรรมชาติได้แก่ อาหารหมักดอง เนื้อสัตวืใหญ่ ไข่ไก่ นมวัว ตับสัตว์เป็นต้น และข้อควรระวังในยาบางตัว เช่น Metformin หรือ ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารกลุ่ม Histamine-2 blockers จะขัดขวางการส่งวิตามินบี 12 เข้าร่างกาย

แคลเซียม เป็นสารอาหารสำคัญในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ กระดูกและฟัน ในสมรรถภพของผู้สูงอายุการทำงานของกระดูกนั้นจะฟื้นฟูยากกว่าช่วงอายุเด็กหรือหนุ่มสาว ดังนั้นหากแต่ละวันเราสามารถเสริมแคลเซียมได้ แต่ก็ไม่ควรเกิน 1,200 กรัมในผู้สูงอายุ เพราะถ้าเกิดสภาวะแคลเซียมมากเกิดไปจะเกิดพิษในเลือด ทำใจอัตราการเต้นหัวใจผิดปกติ ใจสั่น คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อยขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง 

โพแทสเซียม เกี่ยวข้องกับการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะส่วนหัวใจ รักษาสมดุลความเป็นกรด-ด่างของร่างกาย ควบคุมไตและความดันโลหิต สามารถหาได้ใน ผลไม้อบแห้ง ผักสีเข้ม ถั่วอบแห้งต่าง ๆ สัปปะรด แอปเปิ้ล ฝรั่ง เห็ดหูหนู ฟักเขียว หล้วย หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น หากผู้สูงอายุขาดโพแทสเซียมก็อาจจะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกยืนเลย หัวใจเต้นแรงผิดปกติ

โปรตีน เป็นต้นสารอาหารที่ทุกคนไม่ควรขาด เพราะเป็นเสาหลักที่ให้พลังงาน เสริมสร้างโปรตีน ไม่ว่าช่วงวัยไหนโปรตีนนั้นสำคัญมากที่สุด ในผู้สูงอายุการรับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วต่าง ๆ สัตว์จำพวกปลาจะทำให้ร่าวกายมีโปรตีนสะสม สร้างกล้ามเนื้อที่เเข็งแรงไม่ลีบแบน 


อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ยี่ห้อไหนดี?

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

หากเราทราบสาเหตุว่าทำไมผู้สูงอายุนั้นเริ่มเบื่ออาหารแต่การกินนั้นยังเป็นปัญหาใหญ่จุกจิก เรานำเสนอตัวเลือกอาหารเสริมเป็นทางที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะรับประทานง่าย อีกทั้งไม่มีกรรมวิธีที่ยุ่งยากและได้สารอาหารที่ต้องการครบถ้วนอีกด้วย ปัจจุบันนี้ทางผู้ผลิตมี อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ฉะนั้นเมื่อคุณพิจารณาว่าผู้สูงอายุในบ้านของคุณชอบแบบใด ในทางเลือกนี้อาจจะถูกใจท่านไม่มากก็น้อยนะคะ

  • Nestle Boost Optimum 800 กรัม 

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

เป็นอาหารเสริมยอดฮิตทางการแพทย์ สูตรสารอาหารครบถ้วนสำหรับผู้สูงอายุ ประกอบด้วยเวย์โปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อไม่ให้ลีบแบน กรดอะมิโนจำเป็นช่วยผลักดันการสร้างกล้ามเนื้อในโปรตีน มีใยอาหารช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายรวมไปถึงแลคโตบาซิลลัสและพาราคาเซอิ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่ดี บวกกับวิตามินอื่น ๆ อีก 29 ชนิดที่เสริมภูมิต้านทานและสร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกาย เหมาะกับผู้สูงอายุที่ขาดสารอาหาร ผู้ป่วยระยะพักฟื้นหรือบุคคลปกติที่ต้องการสารอาหารจำเป็นค่ะ

  • Ensure Balanced Nutrition Complete 400 กรัม

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ขาดสารอาหารและผ่าตัดฟักฟื้น สูตรสารอาหารครบถ้วน มาพร้อมกับพร้อมวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร อีกทั้งโปรตีน 3 ชนิด เวย์ เคซีน และโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองที่เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมไปถึงวิตามินบี 6 บี12 วิตามินซี และสังกะสีที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ต้องกังวลว่ารสชาติจะไม่อร่อย เพราะมีให้เลือก 4 รสชาติด้วยกัน ได้แก่รสวนิลา สตอร์เบอร์รี่ ธัญพืชและช็อคโกแลต

  • Blackmores Multivitamin Nutri 50+ จำนวน 60 แคปซูล

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

รวบรวมวิตามินสำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ช่วยปรับความสมดุลของร่างกาย ไม่เหนื่อยอ่อนแอ อ่อนเพลียได้ง่าย กระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ในผลิตภัณณ์ประกอบด้วย สารสกัดจากเห็นหลินจือ ใบแปะก๊วย โสมเกาหลี และแอสทรากาลัส วิตามินเอ และวิตาแร่ธาตุรวมมากกว่า 10 ชนิด

  • Puritan’s Pride ABC Plus Senior Multivitamin จำนวน 60 แคปซูล

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

วิตามินและแร่ธาตุรวมสำหรับบำรุงร่างกายผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ทานแค่วันละ 1 เม็ด ช่วยชดเชยการได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ช่วยให้รู้สึกสดชื่นให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิตามินรวมและแร่ธาตุรวม 31 ชนิด อาทิเช่น Calcium, Magnecium,Phosphorus,Iodine,

Vitamin C , Zinc, Vitamin E, Vitamin B3, Vitamin A, Vitamin k, Vitamin D, Vitamin B6, Vitamin D3, Vitamin B2, Vitamin B1, Vitamin B12,, Folate, D-Biotin, Lutein,Lycopene เป็นต้น

  • แบรนด์ เอ็ม-โอ-พลัส จำนวน 120 เม็ด

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากไก่ผสมแคลเซียมและวิตามินอี ผสาน 3 คุณค่าสำคัญฮโดรไลซ์เปปไทด์จากไก่ วิตามินอี มีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระและเสริมสร้างความจำ เหมาะกับผู้สูงอายุ วัยเรียนและวัยทำงาน

  • CENTRUM SILVER 50+ DIETARY SUPPLEMENT 30TABS เซนทรัม ซิวเวอร์ 50+ จำนวน 30 เม็ด

อาหารเสริมผู้สูงอายุเบื่ออาหาร

เหมาะกับผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ให้รับประทานวันละ 1 เม็ดเท่านั้น ประกอบด้วยวิตามินและเกลือแร่รวม 23 ชนิด มีวิตามินบี 1 วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียมไบโอติน โปรตีนและไขมัน ทำให้ร่างกายรักษาสมดุลเมตาบอลิซึมและรับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตได้เป็นปกติ 


จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุและสุขภาพเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความเข้าใจเข้าถึงแต่ละสาเหตุ ลูกหลานควรให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุที่บ้านเพื่อเฝ้าสังเกคุ เริ่มจากการกินและสุขภาพจิตใจ ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดก่อนที่โรคอื่น ๆ จะมาตามรบกวนสุขภาพของท่านได้ค่ะ


ที่มา

https://www.centrum.co.th/products/centrum-silver-50-dietary-supplement/

https://store.brandsworld.co.th

https://www.pobpad.com/

https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-62

https://hdmall.co.th/pharmacies-chat/supplement-potassium

https://www.paolohospital.com/

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/may-2020/vitamin-b12-deficiency